Umm's profileNapatra's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 28

    Living You Best Life : ชีวิตที่มีคุณค่า


    ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ

    คือ คนที่รู้ถึงวิธีจัดการกับความผิดพลาด

    และรักษาทัศนคติในการเป็นผู้ชนะไว้

    ความสุขไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นกัน

    คนที่มีความสุข คือ คนที่รู้จักปล่อยวาง

    และทำตัวให้ห่างจากความทุกข์

    รู้ว่าเวลาใดควรสนุกและรื่นรมย์กับชีวิต

    Peace SignIdeaOh go on
     

    ชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ

    จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...เช่นกัน

    แต่คุทำให้มันเกิดขึ้นได้

    แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}
    October 17

    แข่งเรือปลอดเหล้าเบียร์ …ที่เมืองน่าน

    งานแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน ประจำปี 2552 (นัดปิดสนาม)
    วันที่ 16 - 18  ตุลาคม  2552
    ณ บริเวณแม่น้ำน่าน (เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ) จังหวัดน่าน

    กิจกรรม (มากมาย)
    ชมขบวนเรืออัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ การแข่งเรือเล็ก เรือกลาง เรือใหญ่เป็นเรือของจังหวัดน่านทั้งหมดเกือบร้อยลำ การประกวดกองเชียร์, การประกวดเรือสวยงาม

    แว๊บไปดูมาเมื่อตอนเช้านี้ …พร้อมแอบเก็บภาพมาด้วย

    boat-race-31

     boat-race-01 boat-race-2

     boat-race-3 boat-race-4

     boat-race-5 boat-race-6

     boat-race-7

     boat-race-8 boat-race-9

     boat-race-10 boat-race-11

     boat-race-12

      boat-race-14boat-race-15

    boat-race-13

      boat-race-16 boat-race-18

    boat-race-17  boat-race-19

    boat-race-21

     boat-race-20  boat-race-22

     boat-race-23boat-race-25

     boat-race-24

      boat-race-26 boat-race-27

     boat-race-29 boat-race-30

    มีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีไทย และสถานีวิทยุ และสถานีวิทยุออนไลน์ : http://www.nan2dayradio.com/

    September 02

    นักฆ่าความฝัน

    ไปเจอเรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญ …อ่านแล้วน่าสนใจ และสะกิดใจดี ก็เลยเอามาให้อ่านกันต่อ Big Grin

    "นักฆ่าความฝัน" โดย ประภาส ชลศรานนท์

    "โครงการที่ไม่น่าสนใจ"
    คอลัมน์ คุยกับประภาส หนังสือพิมพ์มติชน
    โดย ประภาส ชลศรานนท์
    www.prapas.com
    ถึงพี่ประภาส
    น้องชายดิฉันจบด้านสื่อสารมวลชน ตอนเรียนเขาก็ดูไฟแรงดี พอ จบมาแล้วกลายเป็นคนขี้เกียจไปได้ยังไงไม่รู้ พยายามบอกให้เขาลุกขึ้นทำอะไรบ้าง แม่ก็อยากให้ไปทำงานบริษัท เขาก็บอกว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใคร บอกให้ลองลงทุนทำอะไรเองหรือไม่ก็คิดเรื่องใหม่ๆ หรือแต่งเพลงออกมาสักม้วนอย่างที่เคยทำสมัยเรียน เขาก็เอาแต่กวนประสาทบอกว่าสมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน คิดอะไรไปก็มีคนทำหมดแล้ว เพลงรักเพลงเพื่อชีวิตก็ถูกแต่งหมดแล้ว ไม่รู้จะแต่งอะไรอีก จะให้ค้าขายอะไรเขาก็บอกว่าอันนี้ก็ทำไม่ได้อันนั้นก็ไม่น่าทำ ฟังแล้วท้อค่ะ บางทีดิฉันมีโปรเจ็คท์ดีๆไปชวนเขาทำ เขาก็เบรคเราเสียเราเองก็ไม่กล้าทำตามเขาไปเลย พี่ประภาส พอจะมีอะไรแนะนำให้ต่อกรกับคนแบบนี้บ้าง
    นุช

    เคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ้างไหมครับ บทสนทนาในละครฉากเล็กๆของชีวิตจริง
    ........................................
    ลูกชาย -- "พ่อ เห็นตึกสี่ชั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้านนั่นไหม เขาติดประกาศขายแล้ว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย หน้ามันกว้างดี จอดรถน่าจะได้สองคันสบายๆเลยนะพ่อ"
    พ่อ --"ไหน ...หลังไหน ร้านหนังสือเก่านั่นน่ะเหรอ ละเมอไปหรือเปล่า อย่างเราจะมีปัญญาไปซื้ออย่างไรไหว"
    ลูกชาย --"ลองโทรไปถามหน่อยไม่ดีหรือ เผื่อเอาเข้าแบ๊งค์แล้วขยับขยายร้านได้ใหญ่ขึ้น"
    พ่อ --"เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่าๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถอะ"
    ........................................
    สามี --"ไปเที่ยวยุโรปกันไหม กลางๆปีเขาว่าไม่หนาวมาก อยากไปเห็นเมืองนอกบ้าง"
    ภรรยา --" ไปต่างประเทศ คุณจะมีเวลาหรือ แล้วเรื่องเงินอีก ไหนจะค่าตั๋ว ค่าที่พัก แล้วยังต้องซื้อของฝากคนอื่นอีกล่ะ โอย...ยุ่งยากเปล่าๆ อย่าคิดอะไรเกินตัวนักสิ
    .......................................
    น้อง --"พินัยกรรมสรุปออกมาแล้ว คุณป้าท่านยกเงินให้เราแสนหนึ่งแน่ะ"
    พี่ --"แสนหนึ่ง ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม แล้วก็ต้องผ่อนรถที่เหลืออีกสามสี่เดือน จะไปเหลือสักเท่าไร ไม่เห็นน่าดีใจเลย"
    ........................................
    อาจารย์ที่ปรึกษา --"อีก อาทิตย์เดียวก็สอบใหญ่แล้วนะ เธอนอนอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้น ขาดเรียนสิบกว่าครั้งอย่างนี้ อ่านทวนเยอะๆหน่อยก็ดี ข้อสอบปีนี้ไม่ง่ายนะ"
    นักศึกษา --" อ่านอย่างไรอ่านก็ไม่ทันแล้วครับ หนังสือตั้งเกือบสิบเล่ม อาทิตย์เดียวจะไปอ่านทันได้อย่างไร... ช่างมันเถอะครับอาจารย์ มันจะตกก็ให้มันตกไป อ่านไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว"
    ........................................
    บางทีผมก็แอบเรียกคนมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ว่า "นักฆ่าความฝัน"
    ใน สังคมรอบๆตัวท่านผู้อ่านก็คงมีให้เห็นบ้างละครับ ทั้งแบบนักฆ่าสมัครเล่นที่มองอะไรก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้หมด กับพวกนักฆ่ามืออาชีพ พวกนี้ต่างจากพวกสมัครเล่นก็คือไม่เพียงแต่มองไม่เห็นความเป็นไปได้แค่นั้น พวกนี้ยังออกโรงออกแรงค้านอย่างจริงจังจนทุกโครงการที่นักฝันคนไหนก็ตามเสนอ ขึ้นมา เป็นหมันตั้งแต่ออกจากปากแล้ว
    คุณ นุชเขียนมาขอวิธีต่อกรกับพวกฆาตกรความฝัน ยอมรับครับว่าทุกวันนี้ผมก็ยังผจญภัยกับคนเหล่านี้อยู่ วิธีคิดของผมก็คือ อย่ามองเขาเป็นศัตรู มองเขาเป็นเพื่อนมองเขาเป็นฝ่ายค้านที่มาช่วยติงช่วยติ
    แต่อย่ายอมให้เขาฆ่าความฝันเราได้นะครับ
    ที่สำคัญที่สุดหากเราทำให้ฝันที่เขาคิดว่าเป็นจริงไม่ได้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างให้เขาเห็นได้บ่อยๆ ต่อไปเขาก็จะไม่กล้าฆ่าความฝันใคร แม้แต่ของตัวเอง
    มี กรณีศึกษาจากนักจิตวิทยาที่ผมเคยอ่านเจอ นักฆ่าความฝันพวกนี้มักมีปมในวัยเด็กกับประสบการณ์แย่ๆ เช่น พ่อกับแม่ชอบสัญญิงสัญญาอะไรกับเขาแล้วไม่เคยทำได้สักครั้ง คงเคยเห็นใช่ไหมครับพ่อแม่ที่รับปากลูกไปวันๆ ฝัน อันงดงามในความรู้สึกของเด็กจึงกลายเป็นฝันลมๆแล้งๆแทบทุกครั้ง หนักเข้าก็เริ่มไม่วางใจใคร สุดท้ายการมองโลกในแง่ร้ายก็เลยฝังลึกลงก้นบึ้งจิตใจ


    ไม่มีอะไรแนะนำมากกว่านี้ครับ นอกจากขออนุญาตเล่าถึงโครงการแปลกๆในอดีตให้ฟังกัน ฝากเอาไปเล่าให้น้องชายคุณนุชฟังอีกต่อด้วยนะครับ
    โครงการพวกนี้ล้วนเคยเป็นโครงการที่ไม่น่าสนใจแทบทั้งสิ้นครับ
    อา กิโอะ โมริตะประธานฯบริษัทโซนี่ มองเห็นอีฟูกะ ผู้ร่วมก่อตั้งโซนี่อีกคนหนึ่งชอบหิ้วเครื่องเล่นเทปพร้อมกับหูฟังติดอยู่ ที่หูเดินไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย จึงออกปากถามถึงเหตุผล อีฟูกะบอกว่าเขาชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เดินไปนั่งตรงไหนก็อยากเอาเพลงไปฟังด้วย แต่ไม่อยากเปิดเบาๆ และก็ไม่อยากให้หนวกหูคนอื่นจึงจำต้องใช้หูฟัง
    อากิโอะ ได้ยินเข้าก็เกิดความคิดสว่างวาบขึ้นที่จะทำสินค้าออกขาย โดยคิดย่อเครื่องเล่นเทปให้เล็กลง พร้อมหูฟังที่เล็กลงด้วย
    ใช่ครับ จุดกำเนิดซาวด์นอะเบ๊าท์ มันเกิดง่ายๆอย่างนี้แหละครับ
    แต่ฝ่ายการตลาดไม่เห็นด้วยกับสินค้าตัวนี้ คำวิจารณ์แรงๆก็คือ "จะมีใครที่ไหนโง่มาซื้อเครื่องเล่นเทปที่ไม่มีส่วนของการบันทึกเสียง"
    อา กิโอะไม่คิดอย่างนั้น เขาไม่ยอมให้ใครฆ่าความฝันของเขา เขาเชื่อว่าซาวด์นอะเบาท์นั้นมีไว้เพื่อฟังไม่ใช่เพื่ออัด การจะใส่ส่วนของการบันทึกเสียงลงไปด้วยจะทำให้เครื่องใหญ่ขึ้น และเพื่อไม่ทะเลาะกับฝ่ายการตลาด เขาขอเป้าการขายแค่เพียงปีละหนึ่งแสนเครื่องเท่านั้น และไม่ต้องทุ่มโฆษณาให้สินค้าตัวนี้มากนักด้วย ปีแรกที่วางตลาด ซาวด์อะเบ๊าท์ ทำยอดจำหน่ายให้โซนี่เท่าไรรู้ไหมครับ
    สี่ล้านเครื่อง !


    เรื่องราวของอากิโอะนั้นคล้ายๆกับบิล เลียร์ แต่ตอนจบกลับไม่เหมือนกัน
    บิล เลียร์ คิดเรื่องวิทยุติดรถยนต์ขึ้นมาครั้งแรก คนรอบๆข้างเขาต่างรุมถล่มความฝันอันบรรเจิดของเขาอย่างหูดับตับไหม้ ความเห็นที่มองไปทางเดียวกันก็คือ "มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้คนจะติดวิทยุไว้ในรถ เพราะมันจะทำให้คนขับเสียสมาธิได้" ไม่ รู้ว่าเลียร์ไม่หนักแน่นพอหรือนักฆ่าพวกนั้นออกอาวุธหนักเสียจนเลียร์ตั้ง ตัวไม่ติด เขายอมขายความคิดนี้ให้กับบริษัทกัลวิน แมนูแฟคเตอร์ไป
    หลัง จากร่ำรวยจากวิทยุติดรถยนต์ บริษัทกัลวินนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โมโตโรลา บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในวงการโทรศัพท์มือถือตอนนี้
    พูด ถึงโทรศัพท์มือถือ นี่ถ้าเกรแฮมเบลล์ ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์รู้ว่าทุกวันนี้มีคนบนโลกใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาไม่ เว้นแต่วินาทีเดียว เขาคงดีใจที่สุด เพราะตอนที่เบลล์ เพิ่งทดลองโทรศัพท์ข้ามแม่น้ำสำเร็จใหม่ๆเมื่อร้อยสามสิบปีก่อน มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งดูแคลนสิ่งประดิษฐ์ของเบลล์ว่า "ของเล่นอันนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่มันจะใช้ทำอะไรได้"


    ปีพ.ศ.2505 บริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ เดคค้า เรคคอร์ด ปฏิเสธงานของวงดนตรีหน้าใหม่วงหนึ่งด้วยเหตุผลว่า "เพลงที่เล่นด้วยกีต้าร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว" แต่ หลังจากคำพูดนั้นมาจนถึงวันนี้ วงดนตรีที่ถูกสบประมาทวงนั้นก็บรรเลงเพลงให้คนทั้งโลกฟังด้วยเสียงกีต้าร์มา ตลอดครึ่งศตวรรษอย่างยิ่งใหญ่ หรือใครจะเถียงว่าเดอะบี้ทเทิ้ลไม่ยิ่งใหญ่
    ใกล้ๆ ตัวนี่เลยครับ จา พนมที่กำลังเนื้อหอมในต่างประเทศจากหนังเรื่ององค์บาก ก็เคยถูกคำวิจารณ์จากบริษัทเก่าที่จาเคยเซ็นสัญญาด้วยว่า "เขาไม่มีเสน่ห์พอ ถ้าจะทำหนังให้เขาเล่น เขาต้องประกบกับพระเอกที่หล่อกว่าเขา" ไม่ รู้ปรัชญา ปิ่นแก้วผู้กำกับฯองค์บากประชดประชันหรือคิดอะไรอยู่ หลังจากมาเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ เขาให้จาเล่นหนังเรื่องแรกโดยประกบกับหม่ำ จ๊กมกเสียเลย


    มองคำทักท้วงเหล่านี้เป็นมิตรสิครับ แล้วเอาชนะมันให้เขาเห็น
    เมื่อ 60 ปีก่อน โทมัส วัตสัน ประธานไอบีเอ็มยังเคยพูดถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยว่า "ตลาดของพีซีทั้งโลก น่าจะมีประมาณห้าเครื่องได้มั้ง" ดีนะครับที่สุดท้ายแล้วผู้บริหารรุ่นหลังของไอบีเอ็มไม่ได้เชื่อคำพูดของวัตสัน


    ประโยคสกัดดาวรุ่งประโยคสุดท้ายครับ เป็นของนักฝันชื่อดัง บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์
    ฟังประโยคนี้แล้วอย่าหัวเราะดังนะครับ บิล เกตส์ พูดไว้เมื่อปี พ.ศ.2511 คนเรานี่บางทีก็เผลอเป็นนักฆ่าความฝันของตัวเองไปเหมือนกัน เขาพยากรณ์ถึงหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอนาคตว่า
    " 640 k ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับทุกๆคน "

    ที่มา http://www.prapas.com/doc_detail.php?id=16

    Devilเราคงไม่ใช่ หนึ่งในบรรดา “นักฆ่าความฝัน” กันนะครับ หรือโชคดีที่ไม่เจอหรือคบหาสมาคมกับ นักฆ่าความเองเสียเอง …เหล่าคนที่เป็นแบบนี้ ถือว่าเป็น อาชญกรในอนาคตเลยทีเดียว เพราะเล่นฆ่า(กัน)ตั้งแต่ยังไม่เป็นตัวเป็นตนเลย สิ่งดี ๆ นวตกรรมเยี่ยมๆ จึงไม่มีโอกาสที่จะเกิดได้ …อือ แย่เลย!Time out

    ข้อมูลจาก : http://www.ee43.com/content/topic/357.html

    แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}
    August 30

    เอา Blog ให้ทะลุ...

    สนใจการทำ Blog เป็นอย่างมาก
    เริ่มเบื่อกับ เว็บไซต์ แล้ว (นี่เป็นธรรมดาของมนุษย์)
    ด้วยความยุ่งยาก และไม่สะดวก ...สารพัดนานัปประการ

    วันนี้ข้าฯก็เลยต้องหาเวลาว่าง อันน้อยนิดต้องมานั่งงกๆ (ไม่ได้ง่วงนอนนา)
    ศึกษาเจ้า CSS ด้วยตัวเองอีก ...สักครั้ง
    ด้วยหนังสือ เริ่มต้น 2 เล่ม
    • เทคนิคและการประยุกต์ใช้งาน สไตล์ชีท (CSS)
    • รวมเด็ดเคล็ดลับ 101 CSS
    จะว่าตั้งใจอ่าน(ศึกษา) จริงจังก็ใช่ที่ เพราะพักหลังๆ จะอ่านหนังสือแบบ "อ่าน เรื่องที่อยากอ่าน(สนใจ)" เสียมากกว่า
    จะไม่อ่านให้จบทั้งเล่ม ก็อย่างว่าหละครับ ...ไม่อยากเอาเวลามาเป็นข้ออ้างเลย เฮ๊อ!
    August 26

    เห็นแล้วอยากไป …สบายดี หลวงพระบาง

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     
    จบแล้วครับ ม่วนบ๊อหละ?

    Peace Sign ซึ้งจัง และหลายสิ่งที่เกินบรรยาย …ไม่รู้ว่าคุณคิดเหมือนผมไหม?

    แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}
    August 18

    อุ๊ป๊าดด! เว็บนี้ไร้สาระได้ใจ

    แหม่! ไม่อยากจะเชื่อว่าในโลก(ไซเบอร์) อันบุบๆ บวมๆ ใบนี้จะมีเรื่องไร้สาระเยี่ยงนี้ด้วยวุ๊ย! บอกตรงๆ ได้เลยว่า “ไร้สาระสิ้นดี” …ใครเน๊อ ใครกัน ช่างคิด ช่างทำออกมาได้(ไง) ไม่บ้า ก็บ๊อง ไม่ติ๊งต๊อง ก็วิปลาส ฯลฯ แล้วRolling on the floor

    ด้วยเนื้อหาสาระ(เอ๊ย ต้องเรียกว่า ไร้สาระ ซิ) ที่มีหาสาระไม่ได้เลย …แถบตัวเว็บไซต์ รูปร่างหน้าตายังแอบออกแบบมาให้(เกือบ)เหมือนเว็บไซต์ดังที่มีแต่สาระ(มากมาย) อย่างเว็บไซต์เจ้านี้ด้วยครับ

    image เอาหละครับ …นี่คือตัวอย่าง

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    image

    และนี่ก็ตัวอย่าง….

    ศาสนาโดเรม่อน

    ศาสนาโดเรมอน เป็นศาสนาแบบแมวนิยม(Nekoism) ชนิดมีเมพหลายองค์ โดยมีองค์เมพสูงสุดคือ มหาเมพโดเรม่อน และมีเมพีโดเรมี่เป็นเมพีสูงสุด ต้นกำเนิดของศาสนายังไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่ามาจากที่ใด แต่จากการศึกษาย้อนตำนานไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วซึ่งเป็นยุคที่ศาสนาถือกำเนิดขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่าศาสนาโดเรม่อนมีต้นกำเนิดในประเทศยี่หุ่น โดยในบันทึกฉบับเก่าแก่กล่าวถึงองค์บร๊ะศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาที่มีพระนามว่า ท่าน Noobita

    มหาเมพโดเรม่อน

    มหาเมพโดเรม่อน

    มหาเมพโดเรม่อน

    มหาเมพสำแดงอิทธิฤทธิ์ แก่บร๊ะศาสดา

    มหาเมพสำแดงอิทธิฤทธิ์ แก่บร๊ะศาสดา

    ทามแมชีน เครื่องมือหากินอย่างหนึ่งของมหาเมพ

    ทามแมชีน เครื่องมือหากินอย่างหนึ่งของมหาเมพ

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ จากเว็บไซต์เจ้ากรรมที่ว่า…

    บางทีการที่เรา จริงจังกับชีวิตมากไป ก็อาจจะทำให้เรา บร้า “บ้า” สารพัดบ้า ดับเบิ้ลบ้า ทริปเปิ้ลบ้า อภิมหาบ้า อภิอธิมหาอมตะนิรันดร์กาลบ้า ฯลฯ

    ได้ …โอยเหนื่อยNerd

    การที่เราได้รู้ ได้ดู ได้เห็น ได้อ่าน ได้… กับเรื่องที่ไร้สาระเสียบ้าง ก็อาจทำให้เรา บ้าตาม (…เอ๊ย ไม่ใช่) ทำให้เรา ไม่ต้องคิดมาก ได้ปล่อยวาง ได้ผ่อนคลาย และหายบ้าได้ (เออ เกียวกันมั๊ยเนี่ย แค่ไม่บ้าก็พอแล้ว)

    …ทำให้สมองได้ รีเฟรซ (Refresh) เพราะสิ่งที่เราได้รับรู้ ดู เห็น …ได้อ่าน มันชวนให้หัวเร่อให้งอหาย กันไปข้าง 2 ข้าง ได้ดีจริงๆ (ให้ตา… ยาย ซิเอ้า)

    จริงๆ แล้วไม่มีอะไรแค่อยากชวนกัน ให้หายเครียดแค่นั้นเอง …ลองตามไปดูต่อเองละกันครับ ที่…

    image

    แล้วอยู่ที่ไหน ไปหากันเอาเองนะครับ …คิดว่าคงไม่ยากจนเกินไปBig Grin

    image 

    จบเลยดีกว่า ….?

    แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}

    April 30

    หา AntiVirus ดีๆ และฟรีๆ มาใช้กัน

    เนื้อหาเมื่อครากระโน้น ได้พูดถึงเรื่องโปรแกรมแอนตี้ไวรัสไปแล้ว วันนี้ขอโม้ต่ออีกครั้งนะครับสำหรับเรื่องนี้

    …ช่วงนี้ ใครใช้คอมฯแล้วไม่รู้จัก ไม่ได้ยุ่งกะไวรัส ถือว่าเอาท์เทรนด์ออกสักหน่อยหละครับ

    ที่ว่ามาเมื่อครั้งก่อน พอดีว่าช่วงนั้น ไปเปิดเจอ(คิดว่า)เว็บไซต์จีนเข้า ที่มีเรื่องเกี่ยวกับโปรแกรมแอนตีไวรัสฟรีอยู่ ซึ่งที่น่าสนใจนี่ไม่ใช่อะไรนะครับ มันฟรีหนะครับ …แถมฟรีนานด้วย(เยี่ยงนี้แหละข้าฯ ช๊อบ ชอบ) คือตั้ง 3 เดือน – 1 ปีเลย(แหม่ สุดๆ)

    แต่ว่าหลังจากทดลองเข้าไปดูตามนั้นแล้ว ปรากฏว่า บางอันมันเป็นภาษาจีนหนะ ข้าพเจ้าอ่านมิอ่านเน้อ บางอันก็ยุ่งยากลำบากใจดีแท้ ..บางอันก็ตกรุ่นไปแหล่ว (อยากใช้ของใหม่ฮึ!)

    วันนี้ก็เลยขอแก้ตัวใหม่ เอาแบบง่ายๆ เจ๋งๆ เห็นกันจะจะไปเลย …ตัวนี้เลยครับ เค้าให้ใช้ฟรี ตั้ง 12 เดือน(1 ปีนิ) เลยครับ อ่าไปดูกันโล๊ด!!

    avast! 4 Home Edition

    วิธีการก็ง่ายๆ ตามนี้ครับ

    • ไปดาวน์โหลดโปรแกรม http://www.avast.com/eng/download-avast-home.html
    • ติดตั้งโปรแกรมซะ (ขั้นตอนง่ายๆ ปกติๆ)
    • จากนั้นก็ไปลงทะเบียนครับ (ไม่ลงทะเบียนไม่ได้นะครับ ไม่งั้นเราจะใช้ได้แค่ 60 วัน)

    ตามลิงค์นี้ไป avast! 4 Home Edition

    ก็จะไปโผล่ที่หน้าเว็บของ avast! ซึ่งจะให้เรา ลงทะเบียนเพื่อรับ license key ครับ (ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก)

    จากนั้นเราก็เริ่มกรอกข้อมูล …เริ่มจาก

    1. เลือกภาษา ไม่ต้องเลือกนะครับ (เป็นภาษาอังกฤษเลย)
    2. ตรงช่อง E-mail: ก็ใส่อีเมล์ของเราลงไป
    3. ช่อง Re-type e-mail: ก็ใส่อีเมล์อันเดิม ลงไปอีกครั้งหนึ่ง(ก๊อปปี้เลยง่ายดี)
    4. ช่อง Name: ใส่ชื่อของเราลงไปครับ (ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงก็ได้)
    5. ช่อง Country: เลือกชื่อประเทศ (Thailand) ครับ
    6. จากนั้น ก็คลิกติ๊ก ตรง [ ] เพื่อยอมรับข้อเสนอ
    7. ตรง letters above: ให้ใส่อักษร (พิสูตรความเป็นคน) ลงไป ตามที่เราเห็นเลยครับ
    8. จากนั้น ก็ตอบเค้าซักหน่อยว่า ก่อนหน้าที่เราจะเลือกใช้โปรแกรมของเค้าหนะ เราเคยใช้ยี่ห้ออะไรมาก่อน
    9. แล้วคลิกตรงปุ่ม Register …เป็นอันเสร็จขั้นตอนการลงทะเบียน

    เมื่อลงทะเบียนเสร็จ …เราก็ไปเปิดอีเมล์ ที่เราใส่ไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน ในเมล์ที่เราเปิด จะเป็นลักษณะนี้ครับ

    Your license key is:

    ---------- cut here ----------
    W11119111H1400A1111-NMM5RB31 --> คือ คีย์ที่เราได้รับ แล้วเอาไปใส่ตามขั้นตอนด้านล่างนี้
    ---------- cut here ----------

    Next steps:
    1. ก๊อปปี้ คีย์ (เช่นข้างบน)ที่เราได้
    2. คลิกขวาที่ลูกบอล กลมๆ สีน้ำเงิน(หมุนๆ) ที่ทาส์กบาร์ (แถบล่างของจอ)
    3. จากนั้น คลิกที่ “About avast!”
    4. คลิกที่ “License key”
    5. คลิกขวา ที่พื้นที่ว่าง(สีขาว ยาวๆ) จากนั้นคลิก Paste
    6. แล้วคลิก OK

    :-) เป็นอันเสร็จ เราก็จะได้ใช้โปรแกรม แอนตี้ไวรัสดีๆ และฟรีๆ ตั้ง 1 ปี (เชียวนะครับ)

    ปล. ลองใช้ดูได้นะครับ เพราะผมก็ลองใช้อยู่ครับ มีปัญหาอะไร จะได้มาคุยกัน

    February 09

    9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์ ..น่าสนใจ ต้องลองดู


    สวัสดีกันอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อนๆ …

    หลังจากห่างหายจากการเขียนบล็อกในสเปซ มานานแสน (ไม่ถึงแสนน่า ซักหมื่นน่าจะพอ) นาน …วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดี ดีในฐานะที่วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่ง (วันมาฆบูชา) และดีที่ได้เริ่มต้นเขียนอีกครั้งหนึ่ง!!  ไม่ได้ตั้งใจจะหนีหายไปไหน แค่แอบห่างไปพักหนึ่งแค่นั้นเอง(แน๊ะแก้ตัวน้ำไม่ค่อยใสเลย)

    มีเทคนิคดีๆ ในการทำให้สมองของเราไบรท์ได้ แอบมาไปก๊อบข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์มา (เห็นว่าเป็นประโยชน์หนะครับ เอามาเก็บในสเปซเราดีกว่า เดี๋ยวเปลี่ยนวันใหม่ข้อมูลนี้อาจไม่มีให้เราได้อ่าน(เห็น)อีกแล้ว)

    อยากให้สมองเฟรซชี่ๆ …ลองทำตามนี้ดู

    มี 9 เทคนิค ตามนี้เลยครับ...

    024

    1.  จิบน้ำบ่อย ๆ  (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

    2. กินไขมันดี  (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

    3.  นั่งสมาธิวันละ 12 นาที  (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

    4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกันaNImE346

    5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อย ๆ

    6.  aNImE14เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
    7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น aNImE230โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

    8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มี ครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

    aNImE3479.   ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกซิเจน 20 25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
    รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีสมองไบร์ท ลองนำไปฝึกกันได้.

    aNImE236

    …เอาหละครับ ง่ายๆ แค่นี้ คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะทำได้นะครับ

    แล้วเจอกันใหม่ …

    “สุขสันต์วันแห่งความรัก” …ล่วงหน้าครับ


    January 01

    สุขสันต์วันปีใหม่ 2552 ทุกๆ คนครับ

    Happy New Year 2009
    สวัสดี และสุขสันต์วันปีใหม่ 2552 ทุกๆ คน

    ในวาระดิถีวันปีใหม่นี้ ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกๆ คนจงมีแต่ความสุขนักๆ
    คิดหวังสิ่งใด ก่ขอหื้อสมดั่งกำมัก กำผาทนาจุ๊เยื่องจุ๊ประก๋าร
    ขอหื้อปราศจากโรคภัย โรคาพญาธิ
    ...หื้อมีอายุหมั้นขวัญยืนจุ๊ผู้จุ๊คนเทอญฯ
    ...สาธุ!!!


    (กำปั๋นปอน คนเมือง) ลักจำมา กระท่อนกระแท่นWink
    November 18

    เคยมั๊ย ...ทำเสียวกับ Space ตัวเอง

    อู่หว๋ายยย!! แค่ได้ยินชื่อเรื่องก็เสียวแล้ว!!!

    เหตุของเรื่องที่ต้องเขียนเรื่องนี้ เพราะทนการรบเร้าของเพื่อน(ผู้อ่านที่น่ารักคนหนึ่ง)ไม่ไหว ...เพราะผลัดวันมานานได้ที่แล้ว เคยไปรับปากกะเค้าว่าจะเล่าเรื่องเสียวๆ ให้ฟัง เอ๊ย ให้อ่านซิ! ...นั่นคือที่มาของเรื่องนี้

    ว่าแต่ใครน๊า สนใจจั๊ง... กับเรื่องเสียวๆ แบบนี้ (เหอะ เหอะ เหอะ)

    เอาหละเข้าเรื่องกันดีกว่า ...อันดับแรกมารู้จัก "เสียว" กัน ว่าเป็นอย่างไร น่าสนใจตรงไหนฮึ?

     เสียว มากจากคำว่า SEO (Search Engine Optimization) อย่าได้คิดมากไปครับ

    แล้วเจ้า SEO นี่คืออะไร

    พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นวิธีการหรือกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์/บล็อก แล้วให้ชื่อเว็บไซต์/บล็อกของเราไปปรากฏในตำแหน่งที่ดีที่สุดในผลการค้นหาของ Search Engine เช่น ในหน้าแรก อันดับ (Ranking) 1 - 10 ด้วยคำค้น(Keyword) ที่อยู่ในหรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์/บล็อกที่เรานำเสนอ และรักษาตำแหน่งที่ดีที่สุดนั้นไว้ตลอดไป

    ...และสิ่งที่ทำทั้งหมดนั้น ก็หวังให้ผู้คนจำนวนมากๆ เข้ามาดู (Traffics) เพื่อผลที่จะตามมา เช่น มาซื้อสินค้าหรือบริการ (Affiliate Programs) ต่างๆ หรือเพื่อการคลิกโฆษณา (Contextual Ads) ต่างๆ ที่เรานำมาลงในเว็บไซต์

    แล้วทำไมเค้าต้องทำ SEO กัน ...เหตุผลง่ายๆ ก็คือ

    ด้วยในปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ หากไม่ทราบว่าข้อมูลที่ตนต้องการอยู่ที่เว็บไซต์ใด ก็หนีไม่พ้นที่จะเรียกใช้บริการบรรดา Search Engine ทั้งหลาย เช่น www.google.com ที่เรารู้จักกันดี ...และเวลาที่เราค้นหาอะไร เราก็มักจะสนใจผลการค้นหาแค่ "อันดับต้นๆ ในหน้าแรกๆ" เท่านั้น นอกจากหาเนื้อหาที่ต้องการไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะคลิกไปหน้าที่ 2 หน้าที่ 3 ต่อไป แต่ก็ไม่บ่อยนักที่เป็นแบบนี้

    และเพราะแบบนี้เอง ที่ใครๆ ก็อยากให้เว็บไซต์/บล็อกของตัวเองอยู่ในหน้าแรกๆ ของผลการค้นหา ตามสำนวน "มาก่อน ย่อมได้เปรียบ" ใครอยู่หน้าหลังๆ ก็รอไปก่อนเหอะโยมเอ๊ย อิ อิ อิ! ..นานๆ คงมีคนพลัดหลงเข้ามามั่ง

    ดังนั้น การทำ Ranking ให้ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาใน Search Engine จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ และวิธีที่น่าจะง่ายที่สุดก็คือ การทำเสียว หรือ SEO นี้นั่นเอง ...ซึ่งมีทั้งที่เสียเงิน และไม่ต้องเสียตังค์ซักแดงเดียว และทำเองง่ายๆ ได้ด้วย...

    แล้ว เราจำทำ SEO กันอย่างไร ...ง่ายๆ (อีกตามเคย)

    ปกติแล้วการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับดีๆ (ในหน้าแรก) ไม่ได้ทำในวันเดียว สัปดาห์เดียว เดือนเดียว ..แต่จะค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ต้องใช้เวลาพอควร นอกจากเราจะจ่ายเงิน ก็อาจติดอันดับในหนึ่งสัปดาห์ได้ ..แต่อันนี้ไม่แนะนำครับ (อย่าทำเลย เสียดายตังค์ และไม่ตื่นเต้น) สู้ทำเอง แล้วเสียวเองดีกว่า (อิ อิ คิดมากอีก)

    มีวิธีการดีๆ มาแนะนำครับ ...

    1. แนะนำตัวเอง
      บอกให้บรรดา Search Engine ทั้งหลายรู้ว่า มีเว็บ/บล็อกของเราอยู่ในโลกนี้ วิธีการนี้เค้าเรียกกันว่า Search Engine Submission (SES) ภาษาปะกิดไม่ต้องไปแปลมัน เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไปลงทะเบียนให้บรรดาเจ้า Search Engine ทั้งหลายเก็บข้อมูลเว็บฯของเราเข้าฐานข้อมูลของมันนั่นเอง ...วิธีการ คือ ไปกรอก URL (ที่อยู่เว็บ/บล็อกของเรา) ใน Search Engine เหล่านั้น (เน้นที่ดัง ๆ) เช่น Google, Msn, Yahoo เป็นต้น ...ตามลิงค์นี้ไป
      http://biznetpro.googlepages.com/index.htm จะมีลิงค์ที่ให้เราไปลงทะเบียนกับเจ้า Search Engine ต่างๆ ได้ครับ ...ลองดู ลองเดย!
    2. เปิดทางเข้าเอาไว้
      ทำเว็บไซต์เพื่อการนี้ (การค้า การขาย การบริการ : ธุรกิจ) อย่าทำให้มันยุ่งยาก ง่ายๆ เข้าไว้ ไม่ต้องสนใจ Flash, Animation ทั้งหลายแหล่ Google ไม่ชอบ เพราะมันไม่เข้าใจ ไม่ต้องมีล็อกอิน ไม่ต้องสมัครสมาชิก เป็นเนื้อหาข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วีดิโอทั่วๆ ไป นั่นแหละ คุณกูชอบนัก
    3. กรุณาอย่าอ้ำอึ้ง ...บอกไปเลยชัดๆ ว่าเราคือใคร
      มีหลายอย่างที่จะบอกความชัดเจนของเว็บไซต์/บล็อกของเรา เช่น การตั้งชื่อเว็บไซต์/บล็อก การใส่ Title Tag, Meta Description Tag, Keyword สำคัญของเนื้อหาในเว็บเราคืออะไร, เนื้อหาทั้งหมดของเว็บฯ ที่มีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเกี่ยวข้องกับ Ranking เช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับ จักรยานปีนเขา "mountain bike" แต่กลับไปตั้งชื่อเป็น bike.com ซึ่ง Ranking คงไม่ดีเท่าเว็บไซต์ที่ชื่อ mountain_bike.com แน่นอน
    4. สร้าง Incoming link
      ก็คือ สร้างลิงค์จากภายนอก ให้ลิงค์กลับมายังเว็บฯ/บล็อกของเรา เช่น ฝากลิงค์ไว้กับเว็บฯ/บล็อกที่มี Ranking ที่ดีหรือดีกว่า หรือซื้อลิงค์(ที่เรียกว่า One Way Link) กับเว็บฯ/บล็อก ที่มี PR สูงๆ ..แต่อย่าลืมดูว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ต้องมีความสัมพันธ์กับบล็อกเราด้วย และถามตัวเองด้วยว่า ..ถึงเวลาต้องเสียเงินฤยัง? หรืออาจจะไปฝากที่อยู่เว็บฯ/บล็อกของเรากับ Web Directory ทั้งหลาย ซึ่งมีอยู่หลายๆ เจ้าด้วยกัน
      หรืออาจจะไปคอมเมนต์ตามเว็บไซต์/บล็อกของคนอื่นๆ ที่มีเนื้อหาเช่นเดียวกับของเรา ...หากมีผู้พบเห็น(อ่าน) แล้วสนใจเค้าก็จะคลิกตามลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์/บล็อกของเราเอง ...วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมากๆ ที่เราสามารถทำได้ทุกเมื่อ
    5. แลกลิงค์กับเว็บไซต์/บล็อกอื่น
      คือการเอาที่อยู่(URL) ของเว็บไซต์เรา ให้เพื่อนทำลิงค์กลับมาให้ ขณะเดียวกันเราก็ทำลิงค์ไปยังเว็บฯของเพื่อนด้วย ..พูดง่ายๆ ก็คือ "ยื่นหมู ยื่นแมว" ครับ ทางที่ดีควรจะมีเนื้อหาที่คล้ายกับของเราด้วยเช่นกัน
    6. ใช้เครื่องมือช่วย
      เช่น ใช้บริการของ Google ซึ่งมีอยู่มากมาย เช่น ทำโฆษณาให้กับเว็บไซต์ของเรา ผ่าน Google Adwords  เพื่อนำโฆษณานี้ไปฝากไว้กับเว็บฯ/บล็อกอื่นๆ ที่มีเนื้อหาเดียวกับเว็บฯเรา
    7. และวิธีอื่น ฯลฯ
    นี่เป็นวิธีทำ SEO กับเว็บไซต์/บล็อกโดยทั่วๆ ไป ...ที่ผมอ่านมาจากหนังสือ(Make Money by Google Adsense) นะครับ ไม่ใช่จากประสบการณ์ที่เคยทำมา ...อยากเล่าจากที่เคยทำมามากกว่า ...เดี๋ยวขอเวลาก่อนนะครับ (ช่วงนี้ยุ่งจริงๆ)Surprised

    November 05

    แวะมาอัพฯ แค่มีคนอ่าน ...เราก็มีกำลังใจเขียน(โม้)

    Sadช่วงนี้คอมฯมีปัญหา ...มันช้าามาก!
    ก็เลยลงโปรแกรม Windows ไปใหม่ ...ลงทุกอย่างใหม่หมด ...Clear!!!

    แต่บางอย่างก็ยังไม่ได้ลง เอาที่จำเป็นต้องใช้ก่อน เวลานี้
    พอลงโปรแกรมใหม่รู้สึกว่า ...พื้นที่ฮาร์ดดิสก์มันช่างน้อยซะเหลือเกิน ไม่อยากจะลงอะไรไปมากกว่านี้แล้ว
    ด้วยความรู้สึกที่ว่า ไฟล์ข้อมูลทุกวันนี้ มันใหญ่ขึ้น ๆ ...จนฮาร์ดดิสก์(รุ่นเก่า) ความจุ 40 - 60 Gb
    กลายเป็นพื้นที่แคบๆ ที่เกือบจะไร้ความหมายไปเสียแล้วว ...ไอ้เราก็เลยต้องช่างใจ ใช้อย่างกระเหม็ดกระแหม่ และ...
    ระมัดระวังขึ้น ...เฮ้อ!!
    เริ่มต้นเรื่องก็บ่นให้ฟังกันก่อน พอเป็นกระษัย ...เหอะๆ (บ่นประจำ ขอให้ได้บ่นเฮ๊อะ)
    เอา ...เข้าเรื่องดีกว่า ว่าแต่เรื่องไหนหละเนี่ย !! (พูดเอง ถามเองอีก)
    ..พอดีเหลือบไปมอง สมุดเยี่ยม (Guestbook) ที่เพื่อนๆ เข้ามาแปะข้อความไว้ อืออ! ชื่นใจโน๊ะ!
    นี่ขนาดว่าเรา ไม่ค่อยจะได้เข้ามาอัพบ่อยๆ นะเนี่ย ..เพื่อนๆ ยังอุตส่าห์แวะเวียนมาเยี่ยมมิขาด...Tongue out

    - 29 ต.ค. 51-
    ------------------------------------------------------------------------
    มีอยู่อย่างหนึ่งสะกิดความคิดขึ้นมาได้ ...ทำไมภาพ(สวยๆ) ที่เพื่อนโพสต์มันแหว่งๆ ล้นๆ เยี่ยงนั้นล่า?
    เพื่อนไม่ตั้งใจ เพื่อนขี้เกียจปรับ ...หรือเพื่อนไม่รู้ ...เออ! ไม่รู้สิเน๊าะขี้เกียจเดา
    สมมติ ว่า เพื่อนขี้เกียจแต่ง เพราะมันยุ่งยากไป ...อือ อ่า! อยากให้สเปซมันสวยอ่า อยากให้รูปที่เพื่อนใส่มันพอดีเป๊ะ! ...อยู่พอดีในที่ที่มันอยู่Hot

    ...เลยถือวิสาสะแนะนำให้เลยหละกัน (อิ อิ) คือว่าพอจะรู้มานิดหน่อย เอ้า ..เล่าต่อๆ กันไป

    วิธีแทรกภาพในสเปซ(Blog) ...ในสมุดเยี่ยม ในคอมเมนต์ ให้ดูดี๊ ดูดี!!!
    ปกติแล้วการที่เราจะเอาภาพมาใส่ใสสเปซได้ ไม่ว่าส่วนใดก็ตาม ...น่าจะมาจาก 3 วิธีหลักๆ คือ...

       1. แอดเองลงในสเปซ ในส่วนของ Blog:Add (อันนี้ช่วงหลัง ไม่ค่อยได้ทำ มันทำงัยละเนี่ย)
       2. แอดลงใน Photo Album ในส่วน Add album
       3. ภาพจากที่อื่น เว็บ/บล็อก อื่นๆ หรือที่เราไปฝากไว้แล้วก๊อปปี้ที่อยู่มาวาง

    ...สองวิธีแรก ไม่ขอเอ่ยถึง เพราะอันนี้เป็นปกติของใครๆ ที่ทำกัน ว่าอันที่สามหละกัน
    ปกติการแทรกภาพจากที่อื่นลงในสเปซ เราจะต้องก๊อปปี้ที่อยู่ (URL ของภาพ)นั้นๆ มาวางในส่วนของ HTML
    การคัดลอก URL ของภาพก็ง่ายๆ คิดว่าเพื่อนๆ ก็คงทราบๆ กัน ...ทบทวน ใน 3 เบราว์เซอร์ จะต่างกันนิดหน่อย
    อันดับแรก ..เลื่อนเมาส์ไปให้ตรงภาพ จากนั้น คลิกขวา และเลือกคำสั่ง...
    1. IE : ทำได้ 2 แบบ คือ
      - Copy : ก๊อปปี้ ภาพนั้นๆ มาวางใน ...เลย
      - Copy Shortcut : ส่วนใหญ่จะใช้กับภาพเคลื่อนไหว
    2. Firefox :
      - Copy Image Location ก๊อปปี้ ที่อยู่ของภาพมา
    3. Opera : 2 แบบ
      - Copy Image Address : ก๊อปปี้ที่อยู่ของภาพ
      - Copy Image to clipboard : ก๊อปปี้ภาพ เพื่อจะเอาไปวางเลย
    - 2 พ.ย. 51-
    ------------------------------------------------------------------------
    ทีนี้พอได้ที่อยู่ของภาพ หรือภาพที่คัดลอกไปฝากในคลิปบอร์ดมาแล้ว ...ต่อไปเราก็ "วาง" ทีนี้จะวางตรงไหน?
    ก็ดูว่าเราได้อะไรมา ...และที่ที่เรากำลังแอดข้อมูลอยู่ คือที่ใด?
    Eye-rolling หากเราได้ภาพ...มา ก็ดูต่อว่าก็ดูว่าที่ที่เรากำลังทำงานอยู่ คือที่ใด เช่น

    • ในส่วนที่เขียนเนื้อหาของสเปซ ...ถ้าใช้ Firefox วางไม่ได้ครับ
    • ส่วน Comment และสมุดเยี่ยม ...ยิ่งไม่ได้ใหญ่ (ใช้ Firefox)
    เท่าที่รู้ Firefox กับ Opera ...วางภาพที่ก๊อปปี้มาแบบตรงๆ ไม่ได้!!
    • แต่ IE ได้หรือไม่ ...ต้องลองดู ...ลองเดย!!Tongue out
    ...มีเงื่อนไข เบราว์เซอร์มาเกี่ยวข้องอีก เอ้อ!!

    Eye-rolling แต่ถ้าเราได้ที่อยู่ (URL)ของภาพ...มา จะเป็นเบราว์เซอร์ตัวไหน หรือส่วนใดๆ ก็ไม่เกี่ยง ...ขอเพียงปรับแต่งนิดหน่อย
    และสำคัญเลย ให้เราหาปุ่ม หรือลิงค์ที่บอกว่า HTML ให้เจอ ..จากนั้น

    เราแค่ "คลิก" และพิมพ์โค๊ดคำสั่งแสดงภาพ ตามนี้...

    <img src="xxx" align="xxx" alt="xxx"> โดยให้ใส่ "ที่อยู่ภาพ" และรหัสลับ xxx ตามนี้

    • img src="xxx" ...ให้ใส่ที่อยู่ของภาพที่เราก๊อปปี้มาลงไปแทน xxx
    • align="xxx" ...ให้ใส่คำสั่งจัดภาพ (ใส่แทน xxx) ซึ่งมี 3 แบบ คือ
      - left     คือ จัดภาพชิดซ้าย ...แล้วข้อความจะอยู่ด้านขวา
      - right   คือ จัดภาพชิดขวา ...แล้วข้อความจะอยู่ด้านซ้าย
      - center คือ จัดภาพอยู่กึ่งกลาง
    • alt="xxx" คือ คำอธิบายภาพ เช่น เราต้องการให้ เวลาเลื่อนเมาส์ไปที่ภาพ แล้วจะมีข้อความขึ้นมา ??????? ...ให้พิมพ์ลงไปครับ
    ส่วน align="xxx" และ alt="xxx" ...จะใส่หรือไม่ก็ได้ หากเราไม่ต้องการจัดใดๆ...
    • หากไม่ใส่ align="xxx" ...ภาพนั้นก็จะอยู่ใน 1 บรรทัด เป็นเหมือนข้อความๆ หนึ่ง
    • และไม่ใส่ alt="xxx" ภาพก็จะเป็นเช่นภาพทั่วไป ...มิมีคำบรรยายใดๆ


    - 5 พ.ย. 51-
    ------------------------------------------------------------------------
    มาเขียนต่อแล้ว !!!
    วันนี้ได้ลงโปรแกรม Windows Live Writer ใหม่

    ก็เลยได้ลองของใหม่ซะ ..หน้าตาเปลี่ยนไปอีกแล้ว (แต่ดูดีขึ้น วันหลังเอามาเล่ามั่งดีกว่า)

    ทีนี้พอเราแทรกที่อยู่ภาพในโค๊ด HTML เสร็จแล้ว ..ก็คลิกที่ HTML อีกที

    ก็จะกลับมาที่หน้า เพิ่มเนื้อหาสเปซ หรือ คอมเมนต์ พร้อมกับภาพที่เราแทรกแสดงอยู่ ซึ่ง

    เราอาจจะเห็นว่าภาพที่แทรกลงไปมันใหญ่เกินไปฤเปล่า อย่างเช่น เวลาที่มันจะแสดงที่ไซด์บาร์ ด้านข้าง มันล้นแน่ๆ (ไม่สวยนา) ดังนั้นเรามาปรับให้มันพอดีเป๊ะกัน...

    เริ่มจาก เอาเมาส์คลิกที่ภาพ จนเกิดแฮนเดิล (สี่เหลี่ยมเล็กๆ) ที่ขึ้นตรงด้านทั้ง 4 และมุม 4 มุม ...เราก็ทำการย่อได้เลย

    วิธีย่อภาพโดยไม่ให้เสียสัดส่วน

    คลิกตรงแฮนเดิลมุมล่างขวา +กดเมาส์ค้างไว้ พร้อมกดปุ่ม Shift (ที่คีย์บอร์ด) แล้วลากทะแยงขึ้นไป ทางมุมซ้ายบน แบบนี้...

    image

    เราก็กะให้พอดีกับ หน้าต่างที่แสดงอยู่ ณ เวลานั้น ...อย่าให้เล็กไป หรือ ใหญ่เกิน เอาแค่พอดี๊ พอดี

    ส่วนภาพเล็ก อย่าพยายามไปขยายให้มันใหญ่เลยครับ เพราะ ภาพเล็กๆ ถ้าไม่ละเอียดพอ พิกเซลมันจะแตกได้ ..ภาพก็จะเบลอ ไม่สวยจ๊า!

    ...จบดีกว่ามั๊ย (ภาคแรก ...ถ้านึกอะไรอื่นออก อาจมีภาคต่อ)

    - 14 พ.ย. 51-

    ปล. เป็นเรื่องที่ใช้เวลาเขียนนานที่สุด (ขอบอก ..เหอะ เหอะ)

    October 16

    พิชิตดอยตุง ...ณ เชียงราย

    แอบแอ่ว เชียงราย...

    "ไต่ยอดดอยสูง ...กอยดอกไม้งาม แอ่วกาดมะคืน"

    วันหยุดมีเวลาอยู่นิ๊ดหน่อย (2 วัน) และธุระต้องเดินทางไปจ.เชียงราย
    ไหนๆ ก็มาถึงเชียงรายแล้ว ไหนเลยจะกลับไปเปล่าๆ โดยไม่ได้ยลทิวทัศน์ของเชียงราย มันก็กระไรอยู่ ...คิดได้ดังนั้น ก็เลยหาเรื่อง และหาที่เที่ยวซะ ..!

    ตลาด ...เชียงรายไนท์บาซ่าร์
    มีผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน-ผลิตภัณฑ์ชาวเขา และของทำมือ (หรือ Handmade) ลานกลางเวียง อาหารไทย-จีน-ยุโรป ราคาถูก และชมการแสดงฟรี (อ่า ..โฆษณาให้เสร็จฯ)

     DSC02253

    ร้านขายผ้าพื้นเมือง และชุดที่ตัดด้วยผ้าพื้นเมือง หลากหลายแบบ ..น่าดูๆ ทั้งนั้น!

    DSC02254

    ชาวเขากับผลิตภัณฑ์ทำมือ ...ข้างๆ เวทีแสดง

    DSC02256

    สาวๆ โชว์ รำเทียนฤเปล่า ...(สวยมาก อิ อิ)

    DSC02257

    ไม่แต่ไทยมุงน๊ะ ...ฝรั่ง ต่างชาติก็มุมกะเราด้วย (หุ หุ ..เหล่ใหญ่เลย)

    DSC02259

    DSC02261

    ไปเหล่ตามร้านขายของกระจุกกระจิก (Gift Shop) มีอยู่หลายๆ ร้าน

    DSC02264

    สินค้าทำมือ ...น่ารักๆ ทั้งนั้นเลย
    เห็นเค้าทำ ...เรารู้สึกเกิดไอเดีย+กิเลส อยากทำมั่งเน๊อะ (เผิ่อขายได้ ..แต่ใครจะซื้อหว่ า)

    DSC02265

    ปืน(ยิงหนังสติ๊ก) ทำจากไม้ ..หนังสติ๊กจริงๆ ก็มี เห็นเด็กมุงๆ กันอยู่ เราเอาด้วยก่ะ!

    DSC02266

    อบเจ้าตัวคอยาวพวกนี้มาก เวลากดปุ่มด้านล่างฐาน ...ขา คอมันจะพับ พอปล่อยก็จะตั้งเหมือนเดิม (ไอเดียสุดๆ)

    DSC02262

    ร้านนี้เค้าบอกว่า "ขายไอเดีย" ครับ (คนขายพูดดี๊ดีครับ...)

    DSC02263

    ดูเอาเถอะครับ ...น่ารัก! น่าทึ่ง ทั้งนั้น จริงๆ...

    DSC02267

    เสน่ห์ของไนท์บาซ่าในภาคเหนือ น่าจะอยู่ที่ ...สินค้าทำด้วยมือ และสินค้าพื้นเมืองประยุกต์ หละครับ ซึ่งจะต่างจากตลาดแถบชายแดน เช่น แม่สาย ฯลฯ เพราะที่นั่น มีแต่สินค้า(คุณภาพต่ำ) จากจีนทั้งนั้นฯ

    ...อยากได้ยี่ห้ออะไรบอกมา ..จะติดให้! ...พ่อค้าเค้าบอกอย่างนั้น

    DSC02269

    คิดอะได้ ...ทำแล้ว ขายได้ด้วย สุดยอดจริงๆ

    DSC02270

    อีกเวทีหนึ่ง ...ที่แสดงในตลาด ดูเหมือนจะเป็นจีนประยุกต์?

    จากนั้น ...ไปต่อที่

    อนุเสาวรีย์

    DSC02273

    แยกพ่อขุน (เมงรายมหาราช) กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ...เพื่อนมัสการ

    DSC02275

    อันนี้เขาเรียกว่า ...ตุงหลวงเฉลิมพระเกียรติ์ ครับ

    จากนั้น

    ...ขึ้นดอยตุง

    DSC02279

    นี่หละ ตุงของจริง (ตุง ก็คือ ธง นะเอง)

    DSC02278

    DSC02283

    ทางเดินเข้าสู่ ...สวนสมเด็จฯ

    DSC02284

    ดอกไม้สวยๆ ระหว่างทาง...

    DSC02287

    DSC02289

    น้ำกับดอยตุง ...คือสิ่งคู่กัน

    DSC02290

    DSC02291

    ความสมบูรณ์ ความชุ่มชื้นของนานาพฤกษาพันธุ์ ...ก็เกิดจากน้ำนี่แหละ!

    DSC02298

    ...ดั่งสวนสวรรค์

    DSC02301DSC02300DSC02299DSC02307

    DSC02294

    DSC02302

    หลงอยู่ที่นี่! ...ซะ เป็นชั่วโมงๆ ...ด้วยความงามที่ชวนให้(หลง)ชม

    เดินขึ้นไป(ต่อ)

    ...ที่พระตำหนักสมเด็จย่าฯ

    DSC02308

    DSC02309

    ดอกไม้ข้างทาง สวยอีกแล้ว ...อดใจไม่ไหว ถ่ายซะ!
    ชอบจริงๆ ปลูกได้เป็นทิวแถวเลย

    DSC02311

    DSC02317

    ด้านหน้าพระตำหนัก ...ในตำหนัก เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ...

    ลงจากตำหนักฯ สวนสมเด็จฯ
    เห็นข้างทางป้ายบอกว่า "พระธาตุดอยตุง"
    อะฮ่า ..ไปต่อเลย
    !!

    DSC02318

    โอว! กว่าจะถึง ...เส้นทางสุดแสนโหด ทางก็แคบรถสวนกัน ห่างไม่น่าถึง 2 คืบ ทางสุดชัน ขึ้นเขาตลอด ...ไม่เคยขับรถขึ้นเขาโดยใช้เกียร์หนึ่งเลยซักครั้ง ...นี่คือครั้งแรก ถือว่าเป็นบุญวาสนาหละ ที่มาถึงได้

    ...ด้วยความตั้งใจอย่างหนึ่งหละที่จะมา ...เพราะตัวเองเกิดปีกุนด้วยพอดีPig

    DSC02321

    ขึ้นบันไดประมาณ 200 ขั้น ...ต่อด้วย ทางเดินที่มีระฆังอยู่ 2 ข้าง
    เห็นคนเดินไปพร้อมกับเคาะระฆังไปด้วย ...เราเอามั่ง เคาะไปจนสุดทางเดิน

    DSC02322

    ถึงซะที ...พระธาตุดอยตุง (กำลังอยู่ระหว่างการบูรณะซ่อมแซม)

    DSC02323

    มีประวัติเก่าแก่ ...อายุนับพันปี

    DSC02324

    จากนั้นลงจาก พระธาตุดอยตุง
    ลาก่อน ...ไม่รู้จะได้มาอีกไหม เพราะ (ทางขึ้นช่างยากลำบากเหลือใจ)

    ----- ติดตามต่อ ...ภาคต่อไปครับ -----



    October 10

    เบื่อ! ...ขยะอินเทอร์เน็ต

     

     

     

     

    a178

    นี่คือ หอยทาก ครับ?

    เห็น หอยทาก ให้นึกถึง ขยะ (เอ๊ เกียวกันมั๊ยเนี่ย)

    เลยคิดจะคุย เรื่อง "ขยะ"

    ...ไม่ใช่ ขยะ ที่เกิดจากเศษสิ่งของเหลือใช้
    ..แต่เป็น ขยะ...
    "ขยะในโลกอินเทอร์เน็ต" ที่มันมีมากเหลือเกิน เวลานี้!
    ...มากเสียจน รู้สึกเบื่อหน่ายกับมันหละ
    และนานวันเข้า ...มันก็ลามเข้ามาถึงใน Blog
    หรืออาจจะเป็น Space ที่เราๆ ใช้กัน...

    .....
    อื่ออ! นั่งอ่านที่นายโม้มาตั้งนาน แล้วไหนหละ ขยะของนายหนะ?
    แห่ะ แห่ะ มะมีหรอก ผมไม่เขียนในนี้ ... (เอ้าปัดไปซะงั้น)
    โน่นแน๊ะ! ผมไปโม้ไว้อีกที่หนึ่ง ว่าแต่...
    อยากอ่านมั๊ยเอ่ย?  (อ่านจิ ..เออเองเลย!)
    ...ได้เลย จัดให้...
    ตามไปอ่านได้โล๊ด ...ที่

    บล็อกสแปม (Spam blog) ..ภัยที่คนไซเบอร์พึงระวัง!

    จริงๆ อยากจะเขียนไว้ในนี้ ...แต่
    ผมสังเกตเห็นว่า ใน ARiP Blog ที่ผมใช้ๆ อยู่
    มันมีเจ้า Splog เพิ่มขึ้นมากๆ

    เขียน...

    ให้เค้าได้รู้จักกัน จะได้ป้องกัน...
    ไม่หลงไปกับข้อมูลที่ไร้สาระผวกนั้น
    ...ขณะที่เราเขียนให้เค้าอ่าน เราก็ได้ความรู้ไปด้วย
    แน๊ะ! เห็นมั๊ย ไม่เสียเปล่าเลย

    ..... Star


    September 28

    Google's 10th Birthday

    10th-birthday

    Happy 10th birthday, Google ; สุขสันต์วันเกิด ครบรอบปีที่ 10 ของ Google ครับ

    วันนี้ถ้าใครสังเกต จะเห็นว่าโลโก้ของเซิร์ซเอนจิ้น www.google.com เปลี่ยนร่างไปอีกแล้ว

    ก็นึกว่าเปลี่ยนเพื่อใครซักที่ แต่ไม่ใช่เลย ของ google เองเลยครับ

    ถึงวันครบรอบการกำเนิด Google ครบรอบ 10 ปี วันนี้... (จะเป็นวัยรุ่นแล้ว)

    ลองคลิกเข้าไปดูได้ ...น่าสนใจทีเดียว เราจะรู้เรื่องราวต่างๆ ของ Google ที่ผ่านมา (และต่อๆ ไป) ที่เราอาจจะเพิ่งรู้ในวันนี้เอง เช่นChatterbox

    • ประวัติความเป็นมา
    • กำเนิดชื่อ
    • พนักงานคนแรก
    • ที่ทำงานแห่งแรก
    • โครงการแปลกๆ  ผลิตภัณฑ์แปลกๆ ของ Google
    • ความลับ ..ความไนย ที่เราอาจยังไม่เคยทราบอีกมาก ฯลฯ

    Chickenบอกตรงๆ เลยว่า บางเรื่องผมก็เพิ่งจะรู้วันนี้เช่นกัน... อึ้งทีเดียว!


    September 19

    ใช้เสียจน ..เคยตัว!

    วันนี้เวลาจะแอดเรื่องใหม่ (Add a blog entry) ลงสเปซเมื่อไหร่ จะต้องเรียกใช้แต่เจ้า...
      Windows Live Writer เท่านั้นๆ จนลืมวิธีเขียนบทความสดๆ ในสเปซไปเลย ลืม..

    ว่าใส่รูปอย่างไร ..อึดอัด! รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อยสะดวกเอาเสียเลย (ให้ตา..ย) และสำคัญนักก็ตรง

    การจัดวางรูปนี่แหละ ยากสุดแสน และแทรกตารางอย่างไร? รู้สึกว่ามันจะไม่ได้น๊ะ

    และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ทำให้การเขียนเรื่องในสเปซ

    ...น่าเบื่อไปเลย(สำหรับผมน๊ะ)

    อือออ! Whistling

    เพราะด้วยความไม่สะดวก และไม่ยืดหยุ่นนี่เองที่ทำให้ผมต้องหันไปคบกะเจ้า WLW
    แล้ว Windows Live Writer มันดีเยี่ยงน๊า ...ใคร่รู้ๆ ใช่ไหม?
    ไว้ตอนต่อไป ...จะเล่าให้ฟังนะครับ Feeling beat up
    เอาแฉให้  Chow time! สุดดด ไปเลย(ดีมั๊ย)

    September 18

    อันเนื่องมาจาก ...กลอนรัก

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    หลังจากที่บ่นเรื่อง ตามรอยผู้ชม ไปเมื่อไม่กี่วันผ่านมา...
    วันนี้ก็ลองแกะรอยผู้ชมดูอีกครั้ง อ๊า! เจอเลย เจอเรื่องนี้หละครับที่ผมเขียนไปโผล่ที่ Google Blog Search แล้ว!
    แหม่ ไวชะมัดเลยนะเนี่ย ...และที่น่าแปลกใจยิ่งก็คือ มันดันไปโผล่ในคำค้น (Keyword) เรื่อง "กลอนรัก" หนะครับ
    เพราะมีคนใช้คำค้นคำนี้ แล้วมาเจอที่สเปซผม ในอันดับที่ 7 จาก 10 หนะครับ


    งงซะมะมีหนะ!! (เฮอะ เฮอะ เฮอะ) ก็เจ้าคำว่า กลอนรัก มันเป็นคำที่เป็นส่วนประกอบปลีกย่อย ย่อยมากๆ ในเนื้อหาทั้งหมดเท่านั้น
    เราไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรเลยหนะ ...นี่แหละแปลกหละ Surprised

    นี่หนะ! ผมถึงคิดเล่นๆ ว่า "เปลี่ยนไปเขียนเรื่อง บทกลอนซึ้งๆ กลอนอกหัก-รักคุด กลอนรักหวานแหว-แต๋วจ๋า" ซะดีไหมเนี่ย?!
    หากเป็นเรื่องการทำ
    E-Commerce ทั้งหลาย คำนี้ถือว่าหากินได้เลยนะนี่ ..เชื่อเลย
    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


    September 15

    ตามรอยผู้ชม...

    Dont tell anyoneอยากรู้มั๊ยว่า ผู้ชมสเปซเรามาจากไหนมั่ง?

    เราอาจไม่ต้องการรู้หรอกว่า ผวกเค้าจะมาจากที่ไหนบ้าง (เพราะไม่เคยใส่ใจ ฉันเขียนตามใจของฉันหนะ)

    จริงๆ เรื่องผวกนี้สำคัญยิ่งสำหรับเว็บ/บล็อกที่ทำขึ้นมาเพื่อผลทางการขาย อย่างบรรดาอีๆ ทั้งหลาย เช่น E-Commerce E-business อะไรพวกนั้น

    แต่ก็คงจะดีอยู่บ้าง ..หากเรารู้สักนิดว่า เขาเหล่านั้นมาจากไหน และเข้ามาอ่าน (ชม) เรื่องอะไรเป็นส่วนใหญ่ เผื่อว่าเราอาจจะได้ใจผู้อ่าน(ชม)ขึ้นมาบ้างก็ครานี้หละมังครับ Day dreaming คือเขียนเรื่องที่ผู้ชมอยากอ่านจริงๆ

    ในการทำเว็บหรือบล็อกทั่วไป หากเราจะรู้ได้เยี่ยงนี้เราต้องหาเจ้าบรรดา Website Stats ทั้งหลายมาแปะลงไปในเว็บ/บล็อก แต่สำหรับสเปซเองก็มีคุณสมบัตินี้เช่นกัน แม้จะไม่ได้แปะโชว์ให้เห็นโต้งๆ ในหน้าเพจ แต่เจ้าฟีเจอร์นี้ก็ยังคงทำงานตลอดเวลา หลายคนอาจเคยใช้ แต่บางคนอาจจะมองข้ามไป

    ลองมั๊ยครับ ลองกลับไปดูอีกครั้ง แล้วเราจะได้รู้อะไรหลายๆ อย่างที่เราอาจไม่เคยใส่ใจมัน สิ่งที่ผมพูดถึงมันซ่อนอยู่ ณ ที่หนึ่ง...Surprise

    1. หลังจากที่เรา Sign in เข้ามาในสเปซ ..จะเห็นลิงค์ปุ่ม image คลิกเข้าไปได้เลย
    2. จะเข้าสู่หน้า Spaces home ซึ่งในหน้านี้ จะบอกให้เราได้ทราบหลายๆ อย่าง
      image
      เช่น มีข้อความเข้า (Messages) กี่ข้อความ? มีใครเข้ามาชวนเราไปเป็นเพื่อนบ้าง
      image และความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ

      What's new ว่าใครได้แอด Blog entry เรื่องใหม่อะไร? หรือใครแอบไปเป็นเพื่อนกับใคร สเปซไหน และใครเข้ามาคอมเมนต์ Comments on your space ในสเปซเรา ที่เรื่องใดบ้าง? ที่นี่หละครับที่เราสามารถรู้ความเป็นไปทั้งของสเปซเราเอง และผองเพื่อนได้ด้วย

    3. และที่สำคัญเราสามารถตามรอยได้ว่า มีผู้คนเข้ามาในสเปซของเรากี่คน ..มาจากไหน(เว็บ/บล็อก/สเปซ) และเข้ามาอ่านเรื่องอะไร รู้ถึงต้นตอได้เลย ง่ายๆ โดยคลิกที่ image จะบอกจำนวนผู้ชมในวันนี้

    หลังจากที่เราคลิก Views today เข้าไปแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้านี้

    image

    เลื่อนเมาส์มาตรงนี้ image มาตรงนี้เราก็จะรู้ว่าผู้ชมสเปซของเรามาจากไหน และหากเราคลิกเข้าไปแล้ว ก็เปิดหน้าลิงค์นั้นทันที เช่น ของผมมาจาก www.google.com ด้วยการใช้คำเพื่อค้นหาคำๆ หนึ่ง...
    image
    แสดงว่าผู้ชม ใช้คำค้นว่า skydrive และผลการค้นหาในสเปซนี้เป็นอันดับที่ 2 ..แค่นี้เราก็รู้แล้วWinking

    และเท่าที่ลองไล่ๆ ดูคร่าวๆ จำนวนผู้ชม (เรียกว่าผู้ชม (Visiter) มากกว่า) ประมาณ 47 คน

    • มาจาก google ซะ 26 คน และ
    • อีก 21 คน มาจากที่ต่างๆ

    จะเห็นว่า ผู้ชมของสเปซผมส่วนใหญ่ มาจาก www.google.com และ http://images.google.com มาจากผู้ชมที่ใช้ Windows live space และอื่นๆ เพียงแค่ 21 คนเท่านั้น และที่น่าแปลกใจก็คือ มีลิงค์ที่มาจาก http://www.icerocket.com ด้วย ซึ่งเป็น Blog Search Engine ที่หนึ่ง (อาจเป็นเพราะ เราเคยแอบทำเสียวไว้ที่นั่น)

    Love Struckและเท่าที่สังเกตดู ผู้ชมจะให้ความสนใจเรื่องของกลอนมากซะเหลือเกิน ซึ่งในสเปซมีอยู่แค่ 2 - 3 เอนทรี่เอง เพราะผู้ชมที่เข้ามาด้วยคำว่า บทกลอนซึ้งๆ ช่างมากจริงๆ ..เห็นทีจะต้องเปลี่ยนแนวการเขียนสเปซไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับ บทกลอนซึ้งๆ กลอนรัก กลอนอกหักเสียแล้วสิ Cow ..น่าสนใจนะเนี่ย!!


    September 08

    เบื้องหลัง Google Chrome ..คู่แฝดหรือแอบเหมือน?

    เอาเข้าแล้วซี Google Chrome มีคนแอบจับผิดจนได้!

    ด้วยกระทานายชายนายฝรั่ง(หลายๆ คน) ได้ให้ข้อสังเกต(จับผิด) เจ้า..

    Google Chrome "กูเกิ้ล คโรม" เบราว์เซอร์ตัวใหม่ของ Google ที่กำลังดังโครมครามอยู่ ณ เวลานี้ว่า...Surprise

    โลโก้ของตะแกหนะ แอบไปคล้ายกะของชาวบ้านเค้าเข้า เออ แน่ะ! ช่างสังเกตสังกาดีแท้ ..ว่าแต่เจ้าไหนหละ? ตามผมมาครับ

    เจ้าแรก   Thinkfree Office 3

    googlechromelogo

    ดู ดู๊ ดู ครับ

    ..คล้ายกันมั๊ยเอ่ย?

    เจ้าต่อมา Simon และ Pokemon (เหอะ เหอะ)Laughing

    นาย Philipp Lenssen และสาวก Flickr บอกว่าโลโก้ของ Google Chrome อาจได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Simon และ Pokemon ว่าเข้าไปนั่น (วาดรูปประกอบให้ดูด้วยเลย ..เสร็จสรรพ)

    pokemon
    เจ้า Pokeball ก็คือ ที่ขังโปเกม่อน หนะครับ(สงสารโปเกม่อน) Crying
    googlechromemashup

    มี เว็บแคมเข้ามาเอี่ยวด้วย! อีกเจ้า

    chromesimon

    และถัดมา Windows Vista

    ก่อนหน้านั้น นาย Harry McCracken ได้เขียนถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างการออกแบบโลโก้ของ Chrome และ Windows Vista ที่เขาเจอ ..แต่เขาก็บอกว่า Chrome และ Vista ไม่ใช่ฝาแฝดกันแน่นอน เพียงแต่ทั้งคู่มีลักษณะ “กลม” และ “เป็นมันวาว”  และด้วยลักษณะของสี แดง เขียว เหลือง และน้ำเงิน ที่คล้ายกันเท่านั้นเอง... ดูรูปสิครับ! Nerd

    googlechromevista

    จะบังเอิญหรือ แอบบังเอิญหรือไม่? ไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ดีไซน์เนอร์ของ Thinkfree ก็คงจะแฮปปี้ไม่น้อยทีเดียวกับเรื่องนี้ เพราะเค้าแอบทำ Video ล้อเลียนว่า Google ได้ออกแบบโลโก้ของ Google Chrome อย่างไร ...มีตัวอย่างให้ดูด้วยน๊า! ชมโล๊ด

    Quote

    YouTube - Google Chrome logo making story (Exclusive)
       Peace Sign

    ที่มา : http://www.labnol.org/internet/google-chrome-logo-design-inspiration/4414/#




    September 03

    ไปโหลด Google Chrome ลองใช้ดู


    Google Chrome คืออะไร

    เค้าว่าไว้ ดังนี้ เป็นเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ สายพันธุ์ Google เอง ที่มีคุณสมบัติ...
    • โหลดเว็บได้รวดเร็วขึ้น
    • ง่ายขึ้น เช่น พิมพ์ทุกอย่างในช่องเดียว (Address bar) ..ทั้งการเข้าชม และค้นหา
    • สร้างบุ๊คมาร์คง่ายๆ
    • และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ..ว่างั้นนะ


    สน

    ใจ

    มั๊ย

    จ๊ะ

    ..?


    ลองเข้าไปศึกษาดูก่อนที่ http://www.google.com/chrome/intl/th/features.html

    ปล. ตอนนี้ไปดาวน์โหลดมาแล้ว กะจะลองใช้ดู หากดี น่าใช้ อาจเลิกคบกะ "หมาไฟ" หละคราวนี้ เพราะ เจ๊ ..อ้วนเกินไป

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    รายงานผลการทดลองใช้

    เปิดเจ้า Google Chrome เทียบกับ Mosilla Firefox ดู...

    ผลการใช้หน่วยความจำ (Ram)

    • Mosilla Firefox   หม่ำแรม  35,000 Kb
    • Google Chrome หม่ำมั่ง    10,000 kb
    ความเร็วในการเปิดหน้าเว็บ ..สเปซ http://napatsa-06.spaces.live.com
    • Mosilla Firefox    ใช้เวลา 2 นาที 34 วินาที
    • Google Chrome  ใช้เวลา 1 นาที 11 วินาที
    การแสดงผลหน้าเว็บ หน้าสเปซ http://napatsa-06.spaces.live.com
    • Mosilla Firefox    แสดงผลได้ครบถ้วน
    • Google Chrome  โมดูลภายนอก ที่เพิ่มเข้ามา ..หาย เช่น บรรดา Custom HTML ทั้งหลาย ไม่มีการแสดงผลเลย Album รูป ไม่แสดง แสดงเป็นรูปเล็กๆ และรายการของแต่ละ Album เท่านั้น
    สรุป
    • ยังไม่น่าใช้เท่าไหร่
    • เราอุตส่าห์แต่งสเปซซะโอ้โห แต่กลับไม่แสดงเสียนี่!!
    • รอให้เป็นเวอร์ชั่นตัวเต็มเมื่อไหร่ ..ค่อยว่ากันอีกทีนะจ๊ะพี่น้อง
    • ยังคบเจ้อ้วนต่อไป ..จุ๊บๆ ที่ร๊าก!
    -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    เอ๊! ทำไมใส่ Trackbacks ไม่ได้หนะ Eye-rolling...!!



    September 02

    ถึงเวลาออกโรงของ Google In Black

    ช่วงนี้เรามักได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการรณรงค์ช่วยกันลดปัญหาโลกร้อนกันบ่อยๆ ซึ่งมีหลากหลายวิธีด้วยกัน ..และหนึ่งในบรรดานั้นก็มีวิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งที่เรา ..ในฐานะผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถช่วยกันลดปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้ ...

    ว่าแต่ ช่วยได้อย่างไรน๊า? Cow

    google-in-black-1 คำตอบอยู่ที่เราๆ ท่านๆ ที่มักใช้ Google Search Engine ในการค้นหาข้อมูลทั้งหลาย ทุกวันๆ ซึ่งหากดูจากชื่อเรื่อง "Google in Black" ที่ผมจั่วไว้ คิดว่าบางคนอาจจะพอเดาๆ ออกแล้วก็ได้ ..แต่อาจมีบางคนคิดไปไกลว่า Google จะทำอะไรในด้านมืด ในทางมิดีมิร้ายฤเปล่า?

    เอ๊! ว่าแต่เรื่องโลกร้อนนี้ เกี่ยวอะไรกับ Google in Black กันหละเนี่ย!  เกี่ยวแน่นอนเลยครับ อย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีว่า ..เวลาเราปิดไฟ(กลางคืน) เราก็จะเจอความมืด เพราะไม่มีแสง ซึ่งไม่มีพลังงานที่ทำให้เกิดแสง แต่ถ้าเราเปิดไฟ ก็เกิดแสงสว่างที่เกิดจากพลังงาน การเปลี่ยน/เผาพลาญพลังงานก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความร้อน และส่งผลต่อโลก เช่นที่เราทราบในเวลานี้

    ดังนั้น ทาง Google จึงคิดจะช่วยรณรงค์มั่งมั๊ง ..จึงได้จัดทำหน้า Search ที่เป็นหน้าจอสีดำทั้งหมด ..นี่แหละครับ "Google in Black" หละ เพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อน วิธีการก็คือ..Puppy dog eyes

    โดยการเปลี่ยนหน้าเพจ Search เป็นหน้าจอสีดำนี้ เพื่อจะช่วยลดพลังงานการใช้
    ไฟฟ้าจากเดิมที่เป็นหน้าจอสีขาวตามปรกติถึง 15 วัตต์
    ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้อาจจะดูน้อยนิด แต่หากเราพิจารณาดีๆ ว่าวันๆ หนึ่งมีคนเข้าใช้งาน Google Search เป็นจำนวนมากมาย แล้วหากผู้ใช้งานจำนวนมากเหล่านั้นเปลี่ยนมาใช้หน้าจอเป็นสีดำ ก็จะช่วยลดพลังงานการใช้ไฟฟ้าไปได้มากเท่าไร? ..ลองนึกดูซิครับ Applause

    ดังนั้นวันนี้ผมจึงมิได้มาโม้ให้รู้เพียงอย่างเดียว นะจ๊ะ ...เอาลิงค์มาฝากด้วยแหละ Big Grin

    บริการ Search ข้อมูลของ Google ที่มีหน้าจอเป็นสีดำ มีดังนี้เลยครับ คลิกโล๊ดจ๊า!!!

    Alienง่ายๆ เพียงแค่นี้เอง แต่หากเราไม่ชอบสีดำปี๋กันขนาดนี้ ผมก็ขอแนะนำให้ใช้ iGoogle (Google ของใครของมัน) ก็ได้นะครับ หน้าเพจ Google Search ของเราเอง ที่ที่เราสามารถปรับแต่งเองได้ โดยปรับสีให้มีความเข้มมากขึ้น หรือเลือกสีแบบโทนใกล้ๆ ดำ เช่น สีน้ำเงินเข้ม เขียวหัวเป็ด ม่วงเข้ม หรืออะไรก็ได้ที่ออกในโทนทึมๆ หน่อย ก็น่าจะช่วยได้นะครับ

    ปล. ลองดูละกัน อย่างน้อยก็อาจจะช่วยสะกิดให้เราเกิดสำนึกที่ดีในการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นได้อีกทางหละเน๊าะ เพียงละนิด ละหน่อย เท่าที่เราจะทำได้... ช่วยๆ กันGood luckBug

    ขอบคุณ ข้อมูล(อี-เมล) ดีๆ จากคุณตราวุท ครับ

    Technorati Tags: